ลงทุนในบิทคอยน์ (Bitcoin Investment 101)

บิทคอยน์ Bitcoin คืออะไรก่อน

Bitcoin เป็นสกุลเงินดิจิทัลทีเกิดขึ้นเมื่อ 12 ปีที่แล้ว (ปี 2009)

ตัว Bitcoin เกิดขึ้นมาบนโลกในปี 2009 เพื่อจุดประสงค์ในการกระจายอำนาจในการควบคุม ไม่ขึ้นอยู่กับรรัฐบาล บริษัท หรือองค์กรใดๆ ออกแบบมาให้อยู่ในรูปแบบกระจายศูนย์ (Decentralized) บนเทคโนโลยีบลอคเชน (Blockchain)

ผู้ให้กำเนิด Bitcoin ใช้นามแฝงว่า ซาโตชิ นากาโมโต (Satoshi Nakamoto) แม้เขาจะให้กำเนิดบิทคอยน์มาตั้งแต่ปี 2009 ซึ่งผ่านมากว่า 12 ปีแล้ว ก็ยังคงไม่มีใครทราบตัวตนที่แท้จริงของเขา ซึ่งอาจจะเป็นบุคคล หรือกลุ่มบุคคลก็เป็นไปได้

การที่เขาไม่ยอมเปิดเผยตัวออกมานั้นก็มีการคาดเดาเหตุผลต่างๆ นาๆ ว่าหากตัว ซาโตชิ นากาโมโต เปิดเผยตัวแล้วอาจทำให้บิตคอยน์สูญเสียความกระจายศูนย์ เนื่องจากเกิดความยึดโยงกับตัวบุคคล
บ้างก็ว่าเขาเลือกที่จะไม่เปิดเผยตัวตนเพราะยังคงถือเเหรียญบิทคอยน์อยู่สัดส่วนจำนวนไม่น้อยตั้งแต่สร้างบิทคอยน์ขึ้นมา เขาจึงเลือกที่จะอยู่เงียบๆ เพื่อรักษามูลค่าของบิทคอยน์และความมั่งคั่งของตนเอง

ดังนั้นเมื่อเทียบกับเหรียญอื่นๆ ในตลาดคริปโตเคอเรนซี่แล้ว บิทคอยน์นั้นอาจเป็นเหรียญที่เก่าแก่ที่สุดในตลาด

ต่างจากเงินกระดาษอย่างไร

เงินกระดาษหรือธนบัตร (fiat currency) นั้นถูกพิมพ์ขึ้นโดยรัฐบาล โดยใช้กฏหมายของประเทศให้มูลค่าธนบัตรใบนั้นให้สามารถชำระหนี้ได้ตามกฏหมาย ตามมูลค่าที่เขียนไว้บนหน้าธนบัตร หากเรานำไปฝากธนาคารก็จะได้สมุดบัญชี และตัวเลขมูลค่าของเงินในสมุดนั้น

ส่วน Bitcoin นั้นมีบางประเทศเท่านั้นที่ประกาศให้ Bitcoin ถูกกฏหมาย หรือใช้ชำระหนี้ได้ตามกฏหมาย ถูกออกแบบให้มีจำนวนจำกัดที่ 21 ล้านบิทคอยน์ และ ไม่มีเหรียญหรือธนบัตรที่สามารถจับต้องได้จริง เมื่อต้องการใช้งานเราจะต้องมีกระเป๋าสตางค์บิทคอยน์ (Wallet) เพื่อไว้โอนเข้า-ออก แลกเปลี่ยน ซื้อขาย* หรือชำระหนี้

บิทคอยน์มีจำนวนเท่าไหร่ แล้วจะซื้อเท่าไหร่

บิทคอยน์ถูกออกแบมาให้มีจำนวนสูงสุดได้เพียง 21 ล้านเหรียญ เพราะผู้สร้างบิทคอยน์ต้องการจำกัดจำนวนเพื่อรักษามูลค่าไม่่ให้ลดลง และไม่ให้เกิดเงินเฟื้อ ซึ่งแตกต่างจากเงินตราของประเทศต่างๆ ที่ใช้อยู่ในปัจจุบันที่สามารถพิมพ์ได้ไม่จำกัด* และด้วยปริมาณที่ถูกจำกัดตั้งแต่แรกนี้จะทำให้มูลค่าเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ หากว่าผู้คนยอมรับในการใช้บิทคอยน์ในการแลกเปลี่ยนมากขึ้น

แม้กลไกนี้ดำเนินต่อไปเรื่อยๆ และทำให้มูลค่าของบิทคอยน์สูงขึ้น แต่ก็จะไม่มีปัญหาในการใช้แลกเปลี่ยนซื้อขายสินค้าต่อหน่วยบิทคอยน์ เพราะตัวบิทคอยน์เองสามารถแบ่งแยกเป็นหน่วยย่อยได้ถึง 100,000,000 (หนึ่งร้อยล้าน) หน่วย ซึ่งเรียกว่าซาโตชิ เพื่อเเป็นเกียรติแก่ผู้ให้กำเนิดบิทคอยน์ “ยกตัวอย่างง่ายๆ คือ 100,000,000 ซาโตชิ เท่ากับ 1 บิทคอยน์ เหมือน 100 สตางค์ เท่ากับ 1 บาท” เป็นต้น

ดังนั้นการซื้อขายแลกเปลี่ยนนั้นแทบไม่มีเงื่อนไขขั้นต่ำ จะมีก็เพียงเพราะการเทรดในกระดานซื้อขายมีข้อจำกัดขันต่ำของแพลตฟอร์มๆนั้น เท่านั้นเอง จะซื้อ 0.000001 BTC หรือ 10,000 BTC ก็ย่อมได้ถ้าหากแพลตฟอร์มที่เราใช้รองรับ

ซื้อบิทคอยน์ (BTC) อย่างไร

บิทคอยน์นั้นสามารถซื้อ-ขาย แลกเปลี่ยน โอน ได้เหมือนกับสสินทรัพย์มีค่าอื่นๆบนโลก โดยการซื้อ-ขาย แลกเปลี่ยน ทำได้โดยผ่านแพลตฟอร์มซื้อ-ขายได้เหมือนกับหุ้น พันธบัตร ตราสารทางการเงินต่างๆ เช่นเดียวกัน ขึ้นอยู่กับการให้บริการของแพลตฟอร์ม และการได้รับอนุญาตจากหน่วยงานที่กำกับดูแล เช่น กลต.(สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์)

ในปัจจุบัน (ณ วันที่เขียนบล๊อกนี้) ในประเทศไทยมีผู้ได้รับอนุญาติบริการศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset Exchange) อยู่ 8 ราย

ชื่อย่อ​​
​ชื่อ​
​เว็บไซต์​
​คริปโท
เคอร์เร​นซี
​โทเคนดิจิทัล
​BITKUB
บริษัท บิทคับ ออนไลน์ จำกัด
bi​tkub.com ​​
​Satang Pro
​บริษัท สตางค์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด
satang.pro


 
​​
​​
​Huobi *
​บริษัท หั่วปี้ (ประเทศไทย) จำกัด​
​huobi.co.th




​ERX

​บริษัท อีอาร์เอ็กซ์ จำกัด
​er-x.io


​Zipmex
​บริษัท ซิปเม็กซ์ จำกัด
​zipmex.com/th


​Upbit

บริษัท อัพบิต เอ็กซ์เชนจ์ (ประเทศไทย) จำกัด

th.up​bit.com

​​

​​

​Z.comEX

บริษัท จีเอ็มโอ-แซด.คอม คริปโทนอมิคซ์ (ประเทศไทยจำกัด

ex.z.com​

​​



​SCBS

​บริษัท หลักทรัพย์ไทยพาณิชย์ จำกัด



​​​scbs.com


(ยังไม่เริ่ม
ประกอบธุรกิจ)

(ยังไม่เริ่ม
ประกอบธุรกิจ)

ข้อมูลจาก : สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์

นอกจากนั้นยังมีผู้ให้บริการในต่างประเทศที่คนไทยใช้งานอยู่จำนวนมาก คือ Binance.com 

ข้อแตกต่างระหว่างผู้ให้บริการไทย และ ต่างประเทศอย่าง Binance.com คือ 

บ.ได้รับใบอนุญาต

​BITKUB บริษัทที่ได้รับใบอนุญาต Digital Asset Exchange
ข้อดี
  • ได้รับความคุ้มครองตามกฏหมาย
  • มีหน่วยงานคอยดูแลผลประโยชน์ผู้ลงทุน
  • มีความโปร่งใส (ตามเกณฑ์ที่กำหนด)
  • แปลงเป็นเงินไทย(บาท)สะดวก

บ.ที่ยังไม่ได้รับใบอนุญาต

​Binance บริษัทที่ยังไม่ได้ได้รับใบอนุญาต Digital Asset Exchange
ข้อดี
  • มีเหรียญที่ลิสต์พร้อมให้ซื้อขายจำนวนมาก
  • ค่าธรรมเนียมซื้อขายแสนถูก
  • สภาพคล่องจำนวนมากเนื่องจากเปิดให้ซื้อขายทั่วโลก
  • ขั้นตอนลงทะเบียนง่าย

แล้วควรซื้อบิทคอยน์ (BTC) ที่ราคาไหน ประเมินมูลค่าอย่างไร

ต้องยอมรับว่าในปัจจุบันบิทคอยน์นั้นยังไม่มีวีธีคำนวณมูลค่าที่น่าสนใจ หรือ มูลค่าที่ควรเข้าลงทุนในแง่ปัจจัยพื้นฐาน เหมือนหุ้น หุ้นกู้ ตราสารหนี้ สินค้าโภคภัณฑ์ หรือหลักทรัพย์ประเภพอื่นๆ ในตลาดหลักทรัพย์ ดังนั้นหากจะมองปัจจัยพื้นฐานของบิทคอยน์คงมีแค่เพียงการได้รับยอมรับอย่างแพร่หลาย ทั้งในการชำรระค่าสินค้า/บริการ ชำระหนี้ได้ตามกฏหมาย และถูกยอมรับว่าตัวมันเองสามารถสะสมมูลค่าได้ 

หรือถ้าหากไม่สามารถมองปัจจัยพื้นฐานเพียงอย่างเดียว อาจจะต้องมองใช้การวิเคราะห์ทางเทคนิค (Technical Analysis) เข้าร่วมด้วย 

การวิเคราะห์ปัจจัยทางเทคนิค (Technical Analysis)
เป็นการศึกษาพฤติกรรมของราคาบิทคอยน์ หรือพฤติกรรมของตลาดในอดีตโดยใช้หลักสถิติ เพื่อนำมาใช้คาดการณ์พฤติกรรมการเคลื่อนไหวของราคาบิทคอยน์ในอนาคต และช่วยให้ผู้ลงทุนหาจังหวะการลงทุนที่เหมาะสม โดยข้อมูลหลักที่ใช้ในการวิเคราะห์ทางเทคนิคได้แก่ ระดับราคา และปริมาณการซื้อขาย เพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจลงทุนในเบื้องต้น

ดูตัวอย่างการวิเคราะห์ทางเทคนิคเบื้องต้นโดย ตลาดหลักทรัพย์ set.or.th

นอกเหนือจากนั้นอาจใช้ปัจจัยอื่นๆ เข้ามาพิจรณาร่วมอีกก็ได้เช่นเดียวกัน เช่น ข่าว กระแสการใช้งานที่เริ่มได้รับความนิยม หรือ การที่บิทคอยน์ได้รับการยอมรับจากรัฐบาลและผู้กำกับดูแลของแต่ละประเทศ เป็นต้น

ปัจจุบันบิทคอยน์ (BTC) เป็นเหรียญที่มีมูลค่าตามราคาตลาด หรือ Maket Cap (Maket Capitalization) มากที่สุดด้วยมูลค่ากว่า 37 ล้านล้านบาท (ณ เดือน พ.ย. 64) ทิ้งห่าง เหรียญ Ethereum (ETH) ที่มีมูลค่า Maket Cap อยูที่ 16.4 ล้านล้านบาท อยู่เกือบหนึ่งเท่าตัว

ซื้อบิทคอยน์ (BTC) ที่ไหนราคาดีที่สุด

การซื้อบิทคอยน์ ณ เวลาเดียวกัน แต่ซื้อจากคนละที่โดยปกติจะได้ราคาที่แตกต่างกัน เนื่องจกมีหลายเหตุผล หลายปัจจัยที่ส่งผลต่อราคาของบิทคอยน์ และปัจจัยหนึ่งในนั้นคือค่าธรรมเนียมการซื้อขาย ซึ่งแต่ละที่จะก็จะเก็บแตกต่างกันมากน้อยตามที่เจ้าของแพลตฟอร์มเป็นผู้กำหนด ดังนั้นวันนี้จะมาเปรียบเทียบค่าธรรมเนียมซื้อขายของแต่ละแพลตฟอร์มให้ดูกันครับ

 

บิทคับ

% 0.25 ค่าธรรมเนียมการเทรด
  • ค่าธรรมเนียมการถอน 20 บาท
  • สกุลเงิน 47 สกุล
  • เป็นเว็บที่ได้รับความนิยมที่สุดของไทย
BITKUB

ไบแนนซ์

% 0.1 ค่าธรรมเนียมการเทรด
  • ค่าธรรมเนียมถอนขึ้นอยู่กับแต่ละสกุล
  • สกุลเงิน 358 สกุล
  • เป็นเว็บที่ได้รับความนิยมที่สุดของโลก (ยกเว้น USA)
BINANCE

สตางค์โปร

0.12-0.2 ค่าธรรมเนียมการเทรด
  • ค่าธรรมเนียมถอน 18 บาท
  • สกุลเงิน 31 สกุล
  • ไม่มีค่าธรรมเนียมฝากถอนจากไบแนนซ์
stang pro

หั่วปี้

% 0.25 ค่าธรรมเนียมการเทรด
  • ก.ล.ต. มีมติเสนอแนะต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เพื่อพิจารณาเพิกถอนการอนุญาต ให้ Huobi ระงับการให้บริการเป็นศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลชั่วคราว
Huobi

บิทาซซ่า

% 0.25 ค่าธรรมเนียมการเทรด
  • ค่าธรรมเนียมการถอน 20 บาท
  • สกุลเงิน 25 สกุล
  • เป็นเว็บเทรดประเภทนายหน้าซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลหรือโบรกเกอร์ ที่สามารถซื้อขายกับเจ้าของเว็บโดยตรง
Bitazza

ซิปเม็กซ์

ไม่มี ค่าธรรมเนียมการเทรด
  • ค่าธรรมเนียมการถอน 20 บาท
  • สกุลเงิน 19 สกุล
  • ไม่มีค่าธรรมเนียมการเทรดเหรียญ
Zipmex

ขอขอบคุณข้อมูลเปรียบเทียบค่าธรรมเนียมการเทรดจาก Today Bizview