NFT คืออะไร? ตอบทุกคำถามคาใจ

Non-fungible tokens

NFT คืออะไร

NFT ย่อมากจาก Non-fungible tokens ส่วนความหมายในภาษาไทยนั้นยังไม่มีการบัญญัติคำศัพท์หรือความหมายโดยตรงตัว แต่สามารถได้อธิบายโดยแยกคำออกมาเป็น 2 ส่วนคือ

  1. fungible และ Non-fungible
  2. token

ก่อนอื่นขออธิบาย fungible หรือ คุณสมบัติที่ทำให้เป็น fungibility คือ ความสามารถในการใช้ร่วมกันได้ ทดแทนกันได้ เป็นคุณสมบัติของสินค้าหรือสิ่งของซึ่งแต่ละหน่วยสามารถสับเปลี่ยนกันได้ และแต่ละส่วนก็ไม่ต่างจากอีกส่วนหนึ่ง ยกตัวอย่างเช่น เงิน 10 บาท

เรายืมเงินจากเพื่อน 10 บาทเพื่อเอาไปใช้ซื้อของ จากนั้นพรุ่งนี้เราสามารถคืนเงิน 10 บาทให้เพื่อนได้โดยไม่ต้องคำนึงว่าจะเป็นเหรียญเดิมที่เราเคยยืมไปหรือไม่ เพราะไม่ว่าเหรียญ 10 บาทใดๆ ก็ใช้แทนกันได้นั่นเอง

คุณสมบัติที่ทำให้เป็น fungibility ตัวอย่างเรื่องเงิน 10 บาท Tweet
fungible asset
fungible asset

ดังนั้น Non-fungible จึงหมายถึงสิ่งที่ตรงกันข้ามกับ fungible นั่นคือการที่ไม่มีคุณสมบัติ fungibility ไม่สามารถใช้ร่วมกันได้ ไม่สามารถทดแทนกันได้ นั่นเอง ยกตัวอย่างเช่น ผลงานศิลปะ

สมมุติถ้าเรายืม(ได้) รูปวาดโมนาลิซา ของ เลโอนาร์โด ดา วินชี จากพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์มาไว้ที่บ้าน พรุ่งนี้เราไม่สามารถเอารูปจำลอง รูปถ่าย หรือ copy ไดๆ ไปคืนแทนรูปวาดเดิมได้ เพราะรูปวาดโมนาลิซา มีชิ้นเดียวในโลก ไม่สามารถใช้ร่วมกันหรือทดแทนกันได้

คุณสมบัติที่ทำให้เป็น Non-fungible ตัวอย่างรูปวาดโมนาลิซา ของ เลโอนาร์โด ดา วินชี Tweet

ส่วน Token คือเหรียญคริปโตฯ ทำงานอยู่บน Blockchain ของแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่ง เช่น  Uniswap (UNI) ทำงานอยู่บน Ethereum Blockchain (มาตรฐาน ERC-20) เป็นต้น มักสร้างขึ้นมาเพื่อวัตถุประสงค์ที่เฉพาะเจาะจงบางอย่าง หรือสร้างขึ้นมาเพื่อใช้ในระบบนิเวศหรือโครงการบางอย่างก็ได้เช่นกัน

เมื่อนำทั้งสองส่วนมารวมกันแล้ว Non-fungible tokens ก็จะได้ความหมายว่า เหรียญหรือคริปโตที่ทำงานอยู่บน Blockchain ของแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่ง ที่ถูกสร้างมาให้มีลักษณะที่ไม่สามารถแบ่งแยกหรือทดแทนกันได้ เพื่อนำไปใช้ในวัตถุประสงค์ใดวัตถุประสงค์หนึ่ง เช่น สร้างภาพวาดศิลปะ สร้างไอเทมในเกม หรือ หรือใช้กำหนดกรรมสิทธิ์เฉพาะสินทรัพย์ เช่น ที่ดิน เป็นต้น

ลักษณะเฉพาะของ NFT

มีการกำหนดมาตรฐาน (Standardization) ของ NFT โดยกำหนดบนมาตรฐานของ Blockchain เช่น ERC20, ERC721, ERC1155, IBC เป็นต้น (จะอธิบายเพิ่มเติมในบล็อกต่อไป) ซึ่งมาตรฐานเหล่านี้จะทำให้การนำ NFT ไปใช้งานเป็นที่แพร่หลายได้ง่ายและมีรูปแบบมาตรฐานการใช้งานร่วมกันในแต่ละแพลตฟอร์มได้ง่ายยิ่งขึ้นด้วย

ตัวอย่างการกำหนดมาตรฐานที่ทำให้เกิดเทคโนโลยีที่สามารถทำให้คนใช้งานร่วมกันได้ในหลากหลายช่องทางและหลากหลายแพลตฟอร์ม เช่น

  • มาตรฐานอินเตอร์เน็ตโปรโตคอล TCP/IP ที่เเป็นมาตรฐานในการรับสื่อสารข้อมูลทางอินเตอร์เน็ตระหว่างผู้ส่งและผู้รับ ทำให้อินเตอร์เน็ตมีมาตรฐานและถูกใช้งานอย่างแพร่หลายมากยิ่งขึ้น
  • มาตรฐานเนื้อหา (Content Standards) ไม่ว่าจะเป็น
    • HTML/CSS ที่เป็นมาตรฐานเนื้อหาเว็บไซต์ที่หากผู้สร้างเว็บไซต์ทำตามมาตรฐาน HTML/CSS แล้วเมื่อผู้ใช้งานเว็บไซต์ไปเปิดเว็บที่แพลตฟอร์มใดๆ ก็จะแสดงผลหน้าเว็บได้แบบเดิมไม่ผิดเพี้ยนจากที่ผู้สร้างเว็บไซต์ได้ออกแบบไว้
    • JPG, GIF, PNG ก็เป็นมาตรฐานในการสร้างรูปภาพ ซึ่งหากสร้างรูปภาพตามมาตรฐานเหล่านี้แล้วก็จะทำให้ไฟล์รูปภาพนั้นสามารถแสดงผล สามารถทำสำเนา และมีคุณสมบัติอื่นๆ ตามที่มาตรฐานนั้นๆกำหนดไว้ได้เช่นเดียวกันทุกๆรูป

ความสามารถในการทำงานร่วมกันของแต่ละแพลตฟอร์ม (Interoperability) การที่ NFT ถูกสร้างขึ้นมาตามมาตรฐานที่กล่าวไว้ข้างต้นแล้วนั้น จะทำให้ตัว NFT มีคุณสมบัติต่างๆ ตามมาตรฐานของ NFT คือ สามารถเคลื่อนย้าย NFT ของเราไปยังแพลตฟอร์มต่าง ๆ ได้อย่างอิสระ ไม่ว่า NFT ที่เรามีจะถูกสร้างมาจากแพลตฟอร์มไหน มันจะสามารถเอาไปเก็บไว้ใน Wallet ได้ทุกอันไม่ว่า Wallet นั้นจะเป็นของผู้ให้บริการเจ้าไหน

สามารถแสดงบน Marketplace ที่ไหนก็ได้ และสามารถตรวจสอบธุรกรรมล่าสุดได้ หมายความว่าถ้าคุณสร้าง NFT อันใหม่ขึ้นมา คนอื่นจะรู้ได้ทันทีโดยตรวจสอบจาก most recently นอกจากนี้ยังสามารถเอาจัดแสดงบนโลกเสมือนจริงได้ด้วย

สิ่งเหล่านี้สามารถทำได้เพราะมาตรฐานแบบเปิดที่ชัดเจน มั่นคง เชื่อถือได้ และสามารถเข้าถึงได้ด้วยการอ่านหรือเขียนด้วยคำสั่งจาก API (Application Programming Interface)

ความสามารถในการแลกเปลี่ยน (Tradeability) สิ่งที่น่าสนใจอย่างหนึ่งที่เป็นผลสืบเนื่องจากความสามารถในการทำงานร่วมกันก็คืออิสระในการซื้อขายแลกเปลี่ยนอย่างเสรีในตลาดซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้ใช้งานสามารถเคลื่อนย้ายสินทรัพย์ออกนอกแพลตฟอร์มดั้งเดิมของสินทรัพย์นั้นได้ นอกจากนั้นยังสามารถซื้อขายกันด้วยวิธีการที่ซับซ้อนกว่าการซื้อขายแบบปกติได้ เช่น การประมูล หรือการขายเป็นชุด ที่เจ๋งกว่านั้นคือสามารถใช้สกุลเงินอะไรก็ได้ในการซื้อขายสินค้า

และสำหรับนักพัฒนาเกม ความสามารถในการแลกเปลี่ยนอย่างอิสระที่ NFT มีช่วยลดภาระงานให้กับทีมผู้พัฒนาได้เพราะพวกเขาไม่จำเป็นต้องสร้างระบบการซื้อขายด้วยตัวเองซึ่งมันเป็นงานที่หนักมาก อย่างเดียวที่พวกเขาต้องดูในส่วนนี้คือไอเทมและเงื่อนไขในการดรอปไอเทมต่าง ๆ

เปลี่ยนแปลงไม่ได้และสามารถพิสูจน์ได้ (Immutability and provable scarcity)

ความสามารถของ Smart contracts ช่วยให้ผู้สร้าง NFT สามารถจำกัดจำนวนของ NFT ที่ตัวเองต้องการจะสร้างขึ้นมาได้ นอกจากนั้นยังสามารถกำหนดคุณสมบัติที่ตายตัวของ NFT ตัวนั้น ๆ ไม่ให้สามารถแก้ไขได้หลังจากสร้างขึ้นมาแล้ว

ยกตัวอย่างเช่นการสร้างไอเทมในเกม หากไอเทมชิ้นนั้นจัดอยู่ในประเภทหายากหรือ Rare นักพัฒนาสามารถกำหนดจำนวนดรอปของไอเทมที่ตายตัวได้สำหรับไอเทมประเภทนี้ ในขณะที่ไอเทมที่ความหายากอยู่ในระดับทั่วไปก็ปล่อยให้มีจำนวนไม่จำกัด ในขณะที่คุณสมบัติของไอเทมก็สามารถเก็บอยู่บน Blockchain ได้เพื่อให้แน่ใจว่าเมื่อเวลาผ่านไป ไอเทมนั้นจะไม่ถูกแก้ไขในภายหลัง และคุณสมบัตินี้ยังเป็นสิ่งสำคัญสำหรับการพิสูจน์งานศิลปะว่าเป็นของแท้หรือไม่ได้อีกด้วย

สามารถโปรแกรมได้ (Programmability) นอกเหนือจากความสามารถกำหนดคุณสมบัติตายตัวแล้ว Smart Contract นั้นยังสามารถตั้งโปรแกรมหรือสร้างเงื่อนไขต่าง ๆ ให้กับ NFT ได้ด้วย ซึ่งคุณสมบัติข้อนี้ทำให้ NFT สามารถสร้างความเป็นไปได้มากมายอย่างไม่มีที่สิ้นสุด สำหรับนักพัฒนาก็มีอิสระเต็มที่ในการออกแบบกลไกในการสร้างสรรค์ NFT ในแบบของพวกเขาเองได้ตามที่ต้องการ

ทำไมกระแส NFT จึงมาแรง

โครงสร้างพื้นฐานของบล็อคเชน (Blockchain Infrastructure) การพัฒนาอย่างรวดเร็วของโครงสร้างพื้นฐานของบล็อคเชนทำให้เกิดการยอมรับในเทคโนโลยีที่ปลอดภัย มีการกระจายอำนาจ และการประยุกต์ใช้งานที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น มีหลายแพลตฟอร์มที่เติบโตเป็นอย่างมากในปี 2021 อย่าง Ethereum, Solana, Cardano, Polkadot, Avalanche, Terra, Algorand เป็นต้น

กระแส GameFi จากการเล่นเกมที่มีวัตถุประสงค์เพียงเล่นเพื่อความบันเทิง เมื่อมีคริปโต มี NFT ทำให้เราสามารถเล่นเกมและถือครองหน่วยดิจิทัลที่่เป็นสินค้า ไอเทม ฯลฯ ในเกมที่อยู่บนเครือข่ายของ Blockchain ทำให้ผู้เลนสามารถเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ในสิ่งนั้นได้สามารถแลกเปลี่ยนซื้อขายกันได้ จึงมีการพัฒนาต่อยอดเกมจากแนว Play to Win มาสู่แนวเกมแบบ Play to Earn ซึ่งเป็นการเล่นเกมที่สร้างผลกำไรในรูปแบบเงินจริงๆ ได้

การมาของ Metaverse แนวคิดในการสร้างสภาพแวดล้อมของโลกแห่งความจริงและเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน จนกลายเป็นชุมชนโลกเสมือนจริง ที่สามารถผสานวัตถุรอบตัวและสภาพแวดล้อมให้เชื่อมต่อกันเป็นหนึ่งเดียว ทำให้เหมือนว่าได้ออกไปใช้ชีวิต มีปฏิสัมพันธ์กับบุคคลภายนอก สร้างกิจกรรมร่วมกัน เช่น ออกกำลังกาย รับชมคอนเสิร์ต ประชุมทางไกล และเหมือนเรากำลังอยู่ในสถานที่นั้น แต่ในความเป็นจริงแล้วเรากำลังทำกิจกรรมทั้งหมดอยู่ภายในบ้านของตัวเอง ซึ่งแนวคิดนี้ทำส่งเสริมกระแสของ NFT เป็นอย่างมากเนื่องจากความสามารถของ NFT นั้นเมื่อนำไปอยู่บน Metaverse แล้วจะก่อให้เกิดหลายอุตสาหกรรมใหม่ๆ ขึ้นบนโลกได้ เช่น การจัดแสดงผลงานศิลปะ NFT บนโลกเสมือน การซื้อขายสินทรัพย์ในโลกเสมือนเช่น ที่ดิน เป็นต้น

ทำกำไรได้จาก NFT

เป็น Creator ผู้สร้างผลงาน NFT สร้างผลงานดิจิตอลแล้วโพสท์ขายในตลาด NFT ซึ่งผลงานที่สามารถนำมาโพสท์ขายได้มีตั้งแต่ภาพวาด เพลง ของสะสม หรือแม้กระทั่งข้อความในทวิตเตอร์ ซึ่งผลงานทุกชิ้นต้องอยู่ในฟอร์แมทไฟล์แบบดิจิตอล เช่น JPG, GIF, MP3, MP4, WAV, OGG เป็นต้น หากเรามีภาพวาดสีน้ำ สีน้ำมันบนแคนวาส เราก็ต้องทำการสแกนเพื่อให้กลายเป็นไฟล์ก่อนที่จะทำการอัพโหลดและแปลงบนแพลตฟอร์มใดแพลตฟอร์มหนึ่งที่มีบริการสร้าง NFT เช่น opensea.io จากนั้นเราจะสามรถขายผลงานของเราได้ ซึ่งการขายก็สามารถตั้งราคาแบบตายตัว หรือให้เป็นราคาประมูลได้เช่นกัน ทำกำไรจากการเทรด NFT ซึ่งการเทรด NFT นั้นยังไม่มีการประเมินมูลค่าเหมือนหุ้น หรือสินนทรัพย์อื่นๆ ในตลาดซื้อขายหลักทรัพย์ ดังนั้นหากต้องการลงทุนในทรัพย์สินประเภทนี้ ผู้ลงทุนควรศึกษาข้อมูลของเจ้าของผลงานอย่างใกล้ชิด มูลค่าของแต่ละชิ้นงานมีความสัมพันธ์กับความเป็นที่รู้จักหรือความมีชื่อเสียงของผลงานอย่างมีนัยยะสำคัญ

การกำกับดู NFT แลจากหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง

NFT นั้นถือเป็นโทเคนประเภทที่ 3 ใน 4 ประเภทที่คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ออกประกาศ (ประกาศฉบับที่ 11) ห้ามศูนย์ซื้อขายให้บริการ “Utility Token พร้อมใช้” หรือคริปโทเคอร์เรนซี (ในข้อ 3) ที่มีลักษณะการนำเทคโนโลยีมาใช้แสดงความเป็นเจ้าของหรือให้สิทธิในสิ่งใดสิ่งหนึ่งหรือที่เฉพาะเจาะจง โดยไม่สามารถใช้โทเคนดิจิทัลประเภทและชนิดเดียวกัน และจำนวนเท่ากันแทนกันได้

หน่วยอิเล็กทรอนิกส์หากเป็นการสร้างชิ้นงานศิลปะ ในรูปหน่วยข้อมูลที่แต่ละหน่วยมีลักษณะเฉพาะ ไม่สามารถใช้หน่วยข้อมูลประเภทเดียวกันและชนิดเดียวกันและจำนวนเท่ากันเพื่อทดแทนกันได้

  • ไม่กำหนดสิทธิของบุคคลในการเข้าร่วมลงทุน ในโครงการหรือกิจการใด ๆ
  • ไม่กำหนดสิทธิในการได้มาซึ่งสินค้าบริการ หรือสิทธิอื่นใด ที่เฉพาะเจาะจง
  • ไม่เป็นสื่อกลางในการแลกเปลี่ยนเพื่อให้ได้มาซึ่งสินค้าบริการ หรือสิทธิอื่นใดหรือแลกเปลี่ยนระหว่างสินทรัพย์ดิจิทัล

หากมีลักษณะตามข้อดังกล่าว จะไม่เข้านิยามของสินทรัพย์ดิจิทัลและการประกอบธุรกิจจะไม่อยู่ภายใต้การกำกับของ พ.ร.ก.การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล

โดยหากผู้ประกอบธุรกิจ NFT Marketplace สำหรับ NFT ที่เข้าข่ายสินทรัพย์ดิจิทัล ต้องอยู่ภายใต้การกำกับของ พ.ร.ก.การประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัล และต้องได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล จากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง

อย่างไรก็ตาม ตามข้อ 39/1 แห่งประกาศคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ว่าด้วยหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลที่จะไม่คัดเลือก NFT มาใช้บริการซื้อขายในศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล ทั้งนี้สำนักงานก.ล.ต.อยู่ระหว่างทบทวนหลักเกณฑ์ในการกำกับดูแล NFT Marketplace

โดย ก.ล.ต. มองว่าเหรียญ NFT นั้นมีระบบการซื้อขายกันมาระหว่างผู้ใช้งานอยู่แล้ว ซึ่งรูปแบบการซื้อขายนั้นไม่เหมาะกับลักษณะการซื้อขายของศูนย์ซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลที่รับรองโดยก.ล.ต. ทั้งนี้ทางก.ล.ต. เองจะพยายามสนับสนุนเกี่ยวกับการพัฒนาระบบ NFT ในประเทศไทยต่อไปในอนาคต

ขอขอบคุณข้อมูลดีๆ จาก